เฝือก
เฝือกเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกหัก ภายหลังการจัดดึงกระดูกให้เข้าที่ หรือดามกระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อ เพื่อให้แขนอยู่นิ่งและ เป็นการลดความเจ็บปวด อันเกิดจากขยับเคลื่อนไหวของแขน เพื่อให้ กระดูก บริเวณดังกล่าวมีการขยับเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เป็นการส่งเสริมให้กระดูกที่หักนั้นติดกันได้ดีขึ้นและลดโอกาสกระดูกหักเคลื่อน
ในปัจจุบันมีเฝือกที่นิยมใช้ 2 แบบ ดังนี้
1. เฝือกปูนเป็นวัสดุแข็งทำจากผงปูนพลาสเตอร์ ซึ่งเป็น การนำปูนพลาสเตอร์มาเคลือบบนผ้าฝ้าย เมื่อใส่แล้วจะมีสีขาว ขึ้นรูปและดัดได้ง่าย แต่อาจมีข้อเสียคือน้ำหนักมากและความทนทานค่อนข้างต่ำ
2. เฝือกพลาสติกสังเคราะห์ มีน้ำหนักเบาและหลากหลาย สีสัน ระบายอากาศได้ดี ทนทาน แต่มีข้อเสียคือ ราคาค่อนข้างสูง
จุดประสงค์ของการเข้าเฝือก
1. เพื่อให้กระดูกส่วนที่หัก ข้อต่อที่หลุดหรือเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บได้พักและอยู่นิ่ง
2. เพื่อลดอาการเจ็บปวด บวม อักเสบในบริเวณที่เกิดการ บาดเจ็บให้ทุเลาลงและหายเป็นปกติโดยเร็ว
3. ช่วยให้กระดูกที่หักหรือเส้นเอ็นที่ฉีกขาดติดกันได้ดี ยิ่งขึ้น
4. ป้องกันการหดรั้งและผิดรูปของอวัยวะบริเวณนั้นๆ
ข้อแนะนำเกี่ยวกับการดูแลหลังเข้าเฝือก
1. เมื่อเฝือกยังไม่แห้งสนิท ห้ามนำผ้าคลุมปิดบริเวณเฝือก ควรอยู่ในที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น เพื่อช่วยให้เฝือกแห้งเร็วขึ้น เฝือกปูนใช้เวลา 3-5 นาที ในการเข้ารูป และแห้งสนิทใน เวลา 1-3 วัน ส่วนเฝือกพลาสติกใช้เวลาในการแห้งสนิท 15-60 นาที
2. ดูแลเฝือกให้แห้งอยู่เสมอ ถ้าต้องการอาบน้ำ ให้หุ้มเฝือกด้วย ถุงพลาสติก 2 ชั้น แล้วพันปากถุงด้วยเชือกหรือยางให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปโดนเฝือก
การปฏิบัติตัวหลังเข้าเฝือก
1. หากมีอาการปวดบวมมากบริเวณที่เข้าเฝือก โดยที่อาการ ปวดไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด ให้รีบมาพบแพทย์ทันที
2. ยกส่วนที่เข้าเฝือกให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เช่นในขณะ นอนราบให้แขนหรือเท้าข้างที่ใส่เฝือกวางบนหมอน หรือในขณะนั่งให้ใส่ที่คล้องแขนหรือวางเท้าข้างที่ใส่เฝือกไว้บนเก้าอี้
3. ยกแขนหรือใส่ผ้าคล้องคอ ไม่ห้อยแขนและขาลงเป็นเวลานานเกิน 30 นาที เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการบวมของนิ้วมือหรือนิ้วเท้าได้
4. เคลื่อนไหวข้อต่อส่วนที่อยู่นอกเฝือกบ่อยๆ เช่น กำเหยียด นิ้วมือ งอเหยียดข้อศอก ยกแขนขึ้นลงเพื่อบริหารข้อไหล่ หรือกระดกนิ้วเท้าบ่อยๆ
5. สังเกตผิวหนังที่บริเวณขอบเฝือก ถ้าพบอาการบวม แดงเป็นแผลหรือถ้าพบว่ามีเฝือกแตกหักให้รีบมาพบแพทย์ทันที
6.ระมัดระวังการพลัดตกหกล้มซ้ำ
ข้อห้ามภายหลังได้รับการเข้าเฝือก
1.ไม่ให้เฝือกถูกน้ำ
2.ไม่ใช้นิ้วกด บีบเฝือกหรือวางเฝือกบนวัสดุแข็ง เช่น พื้นปูน หรือ เคาะกับของแข็งอาจทำให้เฝือกแตกได้
3.ไม่ควรดึงสำลีรองเฝือกออก เนื่องจากอาจทำให้เฝือกกด หรือเสียดสีผิวหนังภายในเฝือกเกิดเป็นบาดแผลได้
4.ไม่ควรใช้ไม้ หรือสิ่งอื่นใส่เข้าไปในเฝือกเพื่อเกา เนื่องจาก จะทำให้ผิวหนังเป็นแผลหรือถลอกเกิดการติดเชื้อ ยกเว้น แป้งบางชนิดที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับผู้ป่วยที่ใส่เฝือกโดยเฉพาะ
5. ไม่ควรนำเฝือกไปผิงไฟ หรือลนด้วยความร้อน
6. ห้ามตัดหรือแกะทำลายเฝือกก่อนกำหนดด้วยตนเอง
อาการผิดปกติที่ควรรีบมาพบแพทย์
1. มีอาการปวดมาก รับประทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
2. เมื่อนิ้วมือหรือนิ้วเท้าข้างที่ใส่เฝือกมีสีเขียวคล้ำ หรือสีซีดบวมและปวดมากขึ้นหรือมีอาการชาไม่สามารถขยับนิ้วมือข้างที่เข้าเฝือกได้
3. มีวัตถุแปลกปลอมหลุดเข้าไปในเฝือก
4. เฝือกแน่น หลวม บุบ แตกหัก หรือชำรุด
5. ผิวหนังบริเวณขอบเฝือก มีรอยแดงหรือถลอกมีเลือด มีน้ำเหลืองหรือหนองไหลซึมออกจากเฝือก หรือมีกลิ่น เหม็น


ความคิดเห็น